
1.ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ หลังเหตุการณ์น้ำท่วม มักทำให้หลายคนเกิด ภาวะซึมเศร้า เนื่องจากชีวิตและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จนนำไปสู่ความเครียด นอนไม่หลับ หรืออาจเจ็บป่วยจากเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม
- พูดคุยและใช้เวลากับครอบครัว เพื่อเยียวยาจิตใจ แบ่งปันความกังวล และความเครียด โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรตำหนิหากเขาเหล่านั้นมีอาการผิดปกติ เช่น ฉี่รดที่นอน ฝันร้าย เกาะติดพ่อแม่ตลอดเวลา
- พักผ่อนให้เพียงพอ และกินอาหารให้ครบตามโภชนาการ เนื่องจากช่วงน้ำท่วมมีการอดอาหารหรือกินอาหารกระป๋องเป็นส่วนใหญ่ อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้
- หากมีภาวะซึมเศร้าจนรับมือไม่ได้ แนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์เพื่อทำการรักษา
- เฝ้าระวังโรคที่มากับน้ำท่วม เช่นโรคกัดเท้า โรคฉี่หนู โรคตาแดง โรคท้องร่วง ฯลฯ หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที
- เมื่อร่างกายและจิตใจดีขึ้น ค่อยเริ่มวางแผนการจัดการกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
2.ฟื้รฟูดูแลบ้าน มีหลายคนที่เสียชีวิตเนื่องมาจากการจัดการดูแลบ้านหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะเรื่องของการถูกไฟดูด เมื่อกลับบ้านคือ การตรวจสอบความปลอดภัย ก่อนเข้าบูรณะและอยู่อาศัย โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เดินสำรวจในบ้านอย่างระมัดระวัง ตัดระบบไฟฟ้าที่จ่ายเข้าบ้าน จากนั้นเช็กสายไฟ และถังแก๊ส หากได้กลิ่นแก๊สรั่ว ให้ออกมาจากบริเวณนั้นและรีบโทรแจ้งร้านจำหน่ายแก๊สหรือโทรแจ้งหน่วยฉุกเฉิน 191/199
- ถ่ายรูปความเสียหายภายในบ้าน เพื่อเป็นหลักฐานในกรณีที่ต้องเรียกค่าชดเชยจากประกันภัย
- หากยังมีน้ำท่วมขัง ให้ระบายน้ำออกช้า ๆ เพราะแรงดันน้ำอาจทำให้เกิดรอยแตกของผนังหรือพื้นห้องได้
- ตรวจสอบความเสียหายของตัวบ้านให้แน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัยหรือมีอะไรต้องซ่อมแซมหรือเปล่า
- เก็บกู้สิ่งของและทำความสะอาดบ้าน โดยเปิดประตูและหน้าต่าง เพื่อระบายความชื้นและฝุ่น
- ตรวจสอบท่อน้ำว่ามีรอยแตกหรือรั่วไหม ถ้าพบให้ปิดวาล์วทันที และงดใช้น้ำในการประกอบอาหาร จนกว่าจะแน่ใจว่าสะอาดและปลอดภัย